} www.facebook.com/shareebookandducumentfree/

nv

Chapter 198 Launches an attack once more

Chapter 198  Launches an attack once more
 

นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้น?

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ซึ่งผ่านมานั้นเป็นเรื่องที่ยากจะอธิบายออกมาได้,แต่สามารถบอกได้ว่ามันคือการต่อสู้ที่หนักหน่วงเป็นอย่างมาก,ไม่คาดคิดเลยว่าเพียงแค่พริบตาเดียวก็จบแล้วอย่างงั้นรึ?,ตอนนี้คนดูทุกคนแทบจะไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเนื่องจากมันรวดเร็วจนเกินไป,ประชาชนทุกคนในรัฐกลางตอนนี้ต่างก็เต็มไปด้วยความเงียบงันไม่มีแม้แต่เสียงเลยสักคำ.

ในเวลาเดียวกันนี้.

คนมากมายนับไม่ถ้วนที่เบียดเสียดกันอยู่จตุรัสแห่งรัฐกลาง.

ทุกคนมากมายในเมืองหลวงแห่งนี้,ต่างก็ต้องคอยเงี่ยหูฟังเสียงจากลำโพงกระจายเสียง.

ไม่ว่าจะเป็นหอนางโลมแห่งหนใด,เหล่าลูกค้าที่ยังไม่แม้แต่สวมเสื้อผ้า,คนมากมายที่อยู่ทุกหนทุกแห่งต่างก็รอคอยเป็นพยานเหตุการณ์แห่งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้!

เหล่าทหารรับจ้างที่กำลังดื่มกินกันอย่างเมามัน,ไม่กล้าแม้แต่สงเสียงออกมาสักคำ,ทุกหนทุกแห่งเงียบสนิท,แทบจะสามารถได้ยินเสียงหายใจและเสียงกำหมัดของทุกคน,ที่รอคอยฟังสิ่งที่เกิดขึ้น.

สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

ฉู่เทียนถูกสังหารไปแล้วรึ?

ทำไมลำโพงกระจายเสียงไม่ดังล่ะ!

ขณะที่ทุกคนรอคอยด้วยความตื่นเต้น,ลำโพงกระจายเสียงก็ดังสนั่นขึ้นมาในทันที"สองกระบวนท่า!"

หนานกงหยุนที่ส่งเสียงตะโกนผ่านการกระจายเสียงไปทั่วทั้งเมือง"เพียงสองกระบวนท่า!ฉู่เทียนใช้เพียงแค่สองกระบวนท่าเท่านั้น!ก็สามารถล้มทั้งเย่เทียนหลางและลวอเซียงหลงด้วยสองกระบวนท่า,เป็นชัยชนะที่หมดจด!การดวลครั้งนี้จบลงแล้ว!สุดท้ายแล้วเป็นฉู่เทียนคือผู้ชนะ!"

คนมากมายนับไม่ถ้วนตอนนี้ราวกับว่ากำลังตื่นขึ้นมาจากความฝัน!

ผู้คนมากมายรอบๆสนามการแข่งขัน,ไปจนถึงจตุรัสแห่งรัฐกลาง,ไปยังหอนางโลม,ถนนหลัก,คนทุกคนตอนนี้ที่ได้ยินเสียงที่ตะโกนลั่นออกมาพร้อมกับส่งพวกเขาให้เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง,โลหิตสูบฉีดอย่างรุนแรง!

ชนะแล้ว,ฉู่เทียนชนะแล้ว?!

เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยมีมาในรัฐกลางแห่งนี้!

ฉู่เทียนเพียงคนเดียวสามารถโค่นสองต้าซือแห่งรัฐกลางสองคนพร้อมกัน!

ด้วยการแข่งขันในครั้งนี้,คงจะไม่มีใครเฉิดฉาดเจิดจรัสเทียบเท่าฉู่เทียนได้อีกแล้ว!

ผู้มาใหม่อย่างเขาเปลี่ยนเป็นมีอิทธิพลขึ้นมาอย่างรวดเร็ว,ในตอนนี้อิทธิพลของเขานั้นได้เปลี่ยนไปเทียบเท่ากับตระกูลขุนนางระดับสูงได้เลย!

ดาวหางผู้เจิดจรัสที่พุ่งทยาน,ชื่อของฉู่เทียนในตอนนี้กำลังจะแพร่สะพัดไปทั่วทั้งรัฐกลาง,แม้แต่แคว้นอื่นๆ,และด้วยเหตุนี้ยิ่งจะทำให้พวกเขานั้นภาคภูมิใจไปด้วย!

ใบหน้าของเย่อู๋เต๋าและลวอเซียงหลงที่เปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับคนตาย!

น่าอนาจ!น่าอับอาย!สารเลว!

พ่ายแพ้อย่างน่าสังเวชที่สุด!

เจ้าสารเลวฉู่เทียนมีเทพสวรรค์คุ้มครองหรืออย่างไร?

คาดไม่ถึงเลยว่าไม่ว่าจะเป็นครั้งใดก็ไม่สามารถสังหารมันได้สักที!

คนของตระกูลฉู่ ลวอ และเย่ สามตระกูลใหญ่ในตอนนี้,มองออกไปด้วยความหวาดผวา,สี่ต้าซือที่เปี่ยมชื่อเสียงถึงสองคน,กลับมาพ่ายแพ้ฉู่เทียนเพียงคนเดียว,กลับกลายเป็นว่าฉู่เทียนในตอนนี้ที่ก้าวข้ามเกียรติยศและชื่อเสียงของสี่ต้าซือไปแล้ว,กลายเป็นตัวตนที่สูงกว่า,เต็มไปด้วยเกียรติยศที่ไม่เคยมีมาก่อน!


"ฉู่เทียน หยุดอยู่ตรงนั้น!"

"ยอมให้จับซะโดยดี!"

เสียงที่ดังก้องกังวานน่าเกรงขามดังลั่นไปทั่วทั้งเวที.

หนานกงหยุนที่เร่งรีบตะโกนออกไปเผยแพร่เสียงทางลำโพง"เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นแล้ว,ตระกูลฉู่,ตระกูลลวอและตระกูลเย่,แม้แต่คนของตำหนักเจ้าเมืองเร่งรีบเข้าไปในสนามการแข่งขัน!พวกเขาได้เข้าล้อมฉู่เทียนเอาไว้!ฉู่เทียนที่สามารถชนะการแข่งขันได้อย่างตรงไปตรงมา,พวกเขาเช่นนี้เป็นการกระทำที่น่าละอายบัดซบที่สุด?"

คนหลายสิบคน,รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญของตระกูลฉู่,ลวอ,และเย่,ซ้ำยังมีเจ้าเมือง เฟิงหยุนหลงอีกด้วย,ที่นำคนเข้าล้อมฉู่เทียนเอาไว้.

"พวกวายร้าย!"

"ฉู่เทียนได้รับชัยชนะ!"

"เป็นการกระทำที่น่าละอายที่สุด!"

ประชาชนมากมายต่างเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวต่างเต็มไปด้วยคำสาบแช่ง.

ฉู่เทียนที่หยุนก้าว,เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังกำลังจับจ้องเขาอยู่,อย่างน้อยที่สุดคนผู้นี้ต้องมีพลังระดับปลุกดวงจิตระดับ 5 ,พลังฝึกตนของคนผู้นี้สูงกว่าสี่ต้าซือแห่งรัฐกลางอย่างแน่นอน,หากว่าเขาเคลื่อนไหวอย่างไม่ละวังล่ะก็อาจจะถูกลอบโจมตีเข้ามาอย่างแน่นอน.

"ต้องการอะไรกัน?"หากการคาดการณ์ของเขาถูกล่ะก็,สามตระกูลใหญ่ไม่ยอมแพ้เพียงเท่านี้แน่,ทว่าเขาไม่คิดว่าจะกระทำการน่าเกียจได้ถึงเพียงนี้,จึงได้กล่าวออกไปสอบถามไม่หยิ่งและอ่อนน้อม"ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าได้ทิ้งศักดิ์ศรีไปแล้วรึ?"

เย่เทียนเหอและเฉินปิงยวีที่จ้องมองคนเหล่านั้นต้องการจะหาเรื่องอย่างงั้นรึ?

พวกเขาทั้งคุ่ที่เหินข้ามมา,ก่อนที่จะลงยืนอยู่บนสนามการแข่งขัน,พร้อมกับเผชิญหน้ากับคนหลายคน!

พื้นทีรอบๆตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆสายฟ้าและยังมีเกล็ดหิมะที่โปรดปรายกระแทกไปยังเหล่าผู้เชี่ยวชาญ,เป็นกลิ่นอายที่รุนแรงหนักหน่วงยากที่จะสามารถต้านทาน.

กลิ่นอายของเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่กำลังกระแทกกันไปมา,ก่อให้เกิดบรรยากาศรอบๆให้หนักขึ้นเป็นอย่างมาก!

"เรื่องนี้มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสี่ตระกูลใหญ่!"เฟิงหยุนหลงนั้นไม่ต้องการที่จะต่อกรกับหยุนเทียนเหอและเฉินปิงยวี,จึงได้ยืนอยู่อย่างสงบกล่าวออกไปอย่างสุขุม"ฉู่เทียนเจ้าได้ทำการเปิดสมบัติหอคอยแห่งรัฐกลางได้,เรื่องนี้ได้ล่วงรู้ไปถึงตำหนักจักรพรรดิแล้ว,ตอนนี้ทางตำหนักจักรพรรดิได้ส่งทูตพิเศษมาสืบสวน!ใครกล้าล่วงเกินทูตพิเศษก็เท่ากับว่าล่วงเกินตำหนักจักรพรรดิ์!หยุนเทียนเหอ,เจ้าอยากจะลองอย่างงั้นรึ?"

ตำหนักจักรพรรดิ์?

โหวเย่ว์วายุเทพตอนนี้ยืนขมวดคิ้วแน่นอยู่ท่ามกลางฝูงชน!

เฟิงไฉ่เตี๋ยเองก็ตื่นตะลึงอย่างหนักเช่นกัน"เจ้าพวกสารเลวนั่น,คาดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าดึงตำหนักจักรพรรดิ์เข้ามาอยู่ฝั่งสามตระกูลใหญ่!เช่นนั้นพวกเราควรทำอย่างไรดี?"

โหวเย่ว์วายุเทพนั้นเป็นหนึ่งในแปดโหวเย่ว์ของตำหนักหนานเซี่ย.

แม้ว่าพวกเขาจะมีอิทธิพลที่ไม่ธรรมดา,ทว่าอาณาจักรหนานเซี่ยนั้นก็มีสามตระกูลหลักที่ครอบครองอยู่,แน่นอนว่าอำนาจของพวกเขานั้นไม่ธรรมดา,ถึงแม้ว่าจะเป็นโหวเย่ว์ทั้งแปดก็ไม่อาจเทียบได้กับสามตระกูลหลัก!

โหวเยว์วายุเทพที่กล่าวออกมาเสียงแผ่ว,"รอดูเหตุการณ์ไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน."

หากว่าไม่ใช่เรื่องที่หนักหนาล่ะก็,โหวเย่ว์วายุเทพย่อมต้องหลบเลี่ยงเพื่อที่จะไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับขั้วอำนาจสามตระกูลหลักอย่างแน่นอน,เขาจะต้องชั่งน้ำหนักผลร้ายผลดีที่จะเกิดขึ้นซะก่อน,ด้วยสถานะโหวเย่ว์ของเขาแล้ว,มันมีความอ่อนไหวเป็นอย่างมาก.

หยุนเทียนเหออดไม่ได้เลยที่จะชำเลืองมองไปยังเฟิงหยุนหลง,"หอคอยฝึกฝนแห่งรัฐกลางจบมาไม่ถึงสามวันด้วยซ้ำ,เป็นไปได้อย่าไรที่ตำหนักจักรพรรดิจะได้ยินข่าว,งั้นท่านช่วยชี้แจงให้ตาเฒ่าคนนี้ได้หายสงสัยหน่อยเป็นอย่างไร?"

ระยะทางจากรัฐกลางกับตำหนักจักรพรรดินั้นมีระยะทางไกลเป็นอย่างมาก.

เป็นไปได้อย่างไรแค่เพียงเวลาสามวันจะมีข่าวเล็ดลอดไปถึง?

ไม่ต้องเอ่ยเลยว่าพวกเขาจะสามารถส่งทูตพิเศษอะไรนั้นมาถึงได้อย่างไร!

"ตาเฒ่าหยุน...หลายปีมาแล้วไม่ได้เจอกัน,นานเท่าไหร่แล้วที่ได้พบกัน."ในเวลาเดียวกันนั้น,ชายคนหนึ่งที่สวมผ้าคลุมเดินเข้ามา,เป็นชายที่น่าจะมีอายุราวๆ 40 ปี,ร่างกายผอม,ดวงตาไม่ใหญ่แต่เป็นประกาย"เป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่ข้าได้เดินทางมายังรัฐกลางพอดี."

หยุนเทียนเหอจ้องมองออกไป"ซ่างกวนหมิง!"

ตระกูลหลักทั้งสามของอาณาจักรแห่งนี้ประกอบไปด้วย,ตระกูลตงฟาง,ตระกูลซ่างกวนและตระกูลหนานกง.ทั้งสามตระกูลนี้ต่างมีอำนาจที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน,เป็นสามตระกูลหลักนี้ที่ทำการสร้างอาณาจักรแห่งนี้ขึ้นมา,และปกป้องอาณาจักรจนคงอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้,ประวัติของทั้งสามตระกูลนี้ไม่สามารถที่จะหาใครมาเทียบได้.

ยกตัวอย่างหนานกงหยุนและบิดาหนานกงอี้,แม้ว่าทั้งสองจะเป็นเพียงแค่ตระกูลสาขาของตระกูลหนานกง,ก็ยังคงเป็นคนตระกูลหนานกงอย่างถูกต้อง,ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์หรือว่าความสามารถก็ไม่ได้ย่ำแย่เลย,แต่จริงๆแล้วก็ไม่สามารถที่จะมีคุณสมบัติพอที่จะกลายมาเป็นคนของตระกูลหลักได้เลย.

เพราะมันยังไม่เพียงพอ!

ตระกูลหนานกงก็เหมือนกับสามตระกูลหลัก,คนที่จะเป็นอาวุโสของตระกูลนั้นจะต้องมีคุณสมบัติเพียงพอ,มีการกำหนดมาตรฐานที่เข้มงวด,ดังเช่น ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดน ดวงจิตปรากฏ มีพลังปลุกดวงจิตระดับ 4 ขึ้นไป!

สำหรับตระกูลในรัฐกลางนั้น,ตราบเท่าที่มีพลังปลุกดวงจิต,พวกเขาก็สามารถกลายเป็นอาวุโสของตระกูลได้แล้ว!

หากว่ามีพลังปลุกดวงจิตระดับ 4 ได้แล้วล่ะก็ย่อมได้กลายเป็นอาวุโสหลักได้เลย,เพียงแค่การเปรียบเทียบเท่านี้,ก็สามารถบอกได้ถึงความแตกต่างในระดับของสามตระกูลหลักของอาณาจักรแห่งนี้ได้แล้ว!

ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นแตกต่างกันเป็นอย่างมาก!

อำนาจของซ่างกวนหมิงในตระกูลนั้นถือว่าธรรมดาเป็นอย่างมาก,เขามีพลังปลุกดวงจิตระดับ 5 ความแข็งแกร่งนี้เทียบได้กับความแข็งแกร่งของประมุขตระกูลของแคว้นทั่วๆไปเท่านั้น,ทว่าเนื่องจากเขานั้นมีพื้นเพที่เป็นคนตระกูลหลักดังนั้นจึงมีสถานะเทียบเท่าได้กับเหล่าประมุขตระกูลใหญ่ทั้งสี่ของรัฐกลางได้เลย.

ซ่างหวนหมิงที่ยกมือคารวะไปด้านหน้าอกไปยังหยุนเทียนเหอเล็กน้อย,พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยมารยาท"นักวิชาการหยุน,ตระกูลซ่างกวนเองก็รู้สึกเคารพท่านเป็นอย่างมาก,ทว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับอาณาจักร,ข้าขอเตือนท่านหยุนอย่าได้เข้ามายุ่งเกี่ยว ดีกว่า."

หยุนเทียนเหอถึงกับขมวดคิ้วแน่น"หอคอยฝึกฝนแห่งรัฐกลางนั้นเป็นสถานที่เตรียมให้เหล่าผู้เยาว์ต่างๆได้มีโอกาสหาประสบการณ์,การได้รับสิ่งของนั้นก็จะกลายเป็นของผู้เข้าร่วมฝึกฝน,ตระกูลซ่างกวนมีระเบียบเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่,ไม่กลัวว่าจะทำให้คนทั่วไปติฉินนินทาเอาเหรอ,ข้าเกรงว่ามีแต่จะทำให้ตระกูลซ่างกวนนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงไปเท่านั้น!"

หยุนเทียนเหอไม่เชื่ออย่างแน่นอน!

หอคอยฝึกฝนแห่งรัฐกลางที่กระจ่อยร่อย!

เป็นไปได้ด้วยรึที่ราชอาณาจักรจะชายตามอง?

แน่นอนว่าคนของตระกูลซ่างกวนก็มีคนบางจำพวก,ที่เป็นพวกโลภในสมบัติเล็กๆน้อย...เป็นไปได้ว่าซ่างกวนหมิงนั้นทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว!

"เฒ่าหยุนกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูก!"ซ่างหวนหมิงที่กล่าวออกมาราวกับว่าเต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อ"รัฐกลางนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรแห่งนี้,จะสมบัติทั่วไปอย่างไร,ทุกสิ่งที่ซ่อนอยู่นั้นก็ต้องตกเป็นของราชอาณาจักร เจ้าควรจะรู้ดีว่าทิศเหนือนั้นมีสัตว์อสูรวิญญาณที่แข่งแกร่งขึ้นทุกวันๆ,ทุกๆ คนในรัฐกลางนั้นจะต้องช่วยสนับสนุนราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้!"

คิดจะใช่กำลังข่มขู่เอาสมบัติสินะ!

"เฒ่าหยุน!,ข้าขอเตือนเจ้านี่ไม่ใช่ธุระกงการของเจ้า"ใบหน้าของเฟิงหยุนหลงที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยัน,ราวกับว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยฉู่เทียนไปโดยเด็ดขาด"ตระกูลซ่างกวนนั้นเป็นหนึ่งในตระกูลหลักในราชอาณาจักแห่งที่มีสถานะที่พิเศษ,สิ่งที่เขาทำนั้นคือความถูกต้องไม่จำเป็นต้องอธิบายใดๆทั้งนั้น,เจ้าไม่มีสิทธิ์เป็นเพียงแค่สี่ตระกูลใหญ่ในรัฐกลางเท่านั้น."

บางทีซ่างกวนหมิงนั้นได้เดินทางมายังรัฐกลางด้วยเรื่องอื่น.

และเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหอคอยฝึกฝนแห่งรัฐกลางอย่างแน่นอน!

ใบหน้าของซ่างกวนหมิงนั้นเต็มไปด้วยความโลภจ้องมองไปยังฉู่เทียน"ข้าไม่ต้องการที่จะพูดอะไรให้มากความ,เจ้าได้สิ่งใดมาพูดออกมาเร็ว,ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าทูตพิเศษเช่นข้านั้นใจร้าย."

"สมบัติที่เล็กน้อยของหอคอยสมบัติแห่งรัฐกลางนั้นข้าไม่รู้ว่ามันจะไปช่วยสนับสนุนราชอาณาจักรได้อย่างไร"ฉู่เทียนกล่าวอย่างไม่ได้หวั่นเกรงสิ่งใด"ท่านคิดรึว่าเรื่องเช่นนี้มันน่าขันเกินไปรึ?!"

ซ่างกวนหมิงไม่คิดเลยว่าฉู่เทียนนั้นจะจัดการไม่ง่ายเลย"ตามข้ากลับไปยังตำหนักจักรพรรดิ,ข้าจะทรมานและสืบสวนเจ้าด้วยตัวเอง."

สมบัติตกทอดหอคอยฝึกฝนแห่งรัฐกลางนะรึ?

ความจริงแล้วซ่างกวนหมิงนั้นไม่ได้รู้สิ่งใดเลย.

อย่างไรก็ตามดินแดนรัฐกลางแห่งนี้,มันจะมีสิ่งใดที่น่าสนใจรึอย่างไร!

ตามข่าวลือที่ท่านเมืองเฟิงหยุนหลงได้บอกมานั้น,ฉู่เทียนที่เข้าไปในหอคอยแห่งรัฐกลางนั้นได้เปิดห้องสมบัติได้,สิ่งที่เขาได้รับมานั้นอาจจะล้ำค่า,หากว่าเขาจับตัวฉู่เทียนมาได้ล่ะก็,สิ่งดังกล่าวนั้นไม่ใช่ว่าอาจจะมีราคาหลายล้านล้านเลยรึ?

สายตาของฉู่เทียนที่หรี่ลงเล็กน้อย"จะทำอย่างไร,หากว่าข้าไม่ทำตามที่ท่านสั่งล่ะ?"

ซ่างกวนหมิงหัวเราะเสียงดัง,"เจ้ามีความสามารถพอรึ!"

ฉู่เทียนกล่าว,"ท่านทูตพิเศษซ่างกวนท่านคงไม่คิดจะสังหารข้าปิดปากใช่ใหม?"

เฟิงหยุนหลง,คนตระกูลฉู่,ลวอและเย่ ทั้งสามแอบดีใจเป็นอย่างมาก,เมื่อฉู่เทียนตกไปอยู่ในมือของราชอาณาจักรแล้ว,เช่นนั้นแล้วเขาจะมีโอกาสรอดอยูรึ?เมื่ออยู่ต่อหน้ากลุ่มอิทธิพลขนาดใหญ่,ฉู่เทียนไม่มีทางต่อต้านได้อย่างแน่นอน!

"พวกเรามาพนันกันหน่อยเป็นอย่างไร?"ฉู่เทียนที่กล่าวออกมาอย่างเย็นใจ"ระหว่างท่าน,หากว่าสามารถชนะข้าได้,ข้าจะตามท่านไป!"

หยุนเทียนเหอรู้สึกตื่นตะลึงสุดๆ.

ซ่างกวนหมิงนั้นมีพลังฝึกตนระดับปลุกดวงจิตระดับ 5!

ไม่สามารถที่จะเอาเย่เทียนหลางและลวอเซียงหลงเด็กน้อยทั้งสองมาเทียบได้อย่างแน่นอน!

ฉู่เทียนกล่าวเน้นย้ำกับคนด้านข้าง"ท่านรองหยุนและท่านลองเฉิน,ท่านไม่จำเป็นต้องลงมือ,สามตระกูลหลักนั้นไม่สามารถล่วงเกินได้,หากว่าท่านทูตพิเศษซ่างกวนสามารถจัดการเหล่าผู้ติดตามของข้าได้ล่ะก็,เช่นนั้นข้าคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้!"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!"ซ่างกวนหมิงหัวเราะออกมาเสี่ยงดัง"พวกกบในกะลา!ก็ดี,ข้าจะให้เจ้าได้รับรู้ความแข็งแกร่งของตระกูลซ่างกวน!"

ฉู่เทียนโบกมือเบาๆ.

กระดิ่งโบราณในมือของเขาที่ถูกสั่นอย่างนุ่มนวล,ชายชุดดำอีกหลายคนก็ได้กระโจนขึ้นมาบนเวทีในทันที,พร้อมกับเข้ามาร่ายล้อมฉู่เทียนเอาไว้.

ซ่างกวนหมิงชำเลืองมองออกไปเล็กน้อย.

ผู้ติดตามพวกนี้อย่างงั้นรึ?

ฉู่เทียนช่างประมาทจนเกินไป,ความแข็งแกร่งของซ่างกวนหมิงนั้นมีระดับปลุกดวงจิตระดับ 5 ,ถึงแม้ว่าจะได้รับการปกป้องชายชุดดำ,ก็ไม่ง่ายนักที่จะจัดการเขาได้?

"ซ่างหวนหมิงแทบไม่อยากเชื่อเลย"เจ้าเอาจริงอย่างงั้นรึ?"

"ข้าฉู่เทียนพูดคำใหนคำนั้น!"ฉู่เทียนกล่าว,"หากว่าท่านไม่สามารถล้มเหล่าผู้ติดตามข้าได้ล่ะ,ท่านจะว่าอย่างไร?"

"ฝันเฟื่อง!"

"หากว่าเจ้าสามารถล้มข้าได้ล่ะก็,ข้าจะไม่ใช่สถานะทูตพิเศษ,และจะออกจากรัฐกลางไปในทันที!"


 เมื่อเรื่องหลายอย่างที่ฉู่เทียนไม่สามารถควบคุมได้,เขาคงจำเป็นที่จะต้องสร้างชื่อขึ้นในรัฐกลางแห่งนี้แล้ว,เอาให้มันยิ่งใหญ่,จนทำให้ทุกคนรู้และไม่กล้าที่จะมาหาเรื่องหอการค้าปาฏิหาริย์ได้อย่างง่ายดาย,ถึงจะเป็นสามตระกูลหลักแล้วอย่างไร,เขาไม่เคยหวาดกลัวอยู่แล้ว!